วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

อุ้มรักษาการ อธ.มรภ.สุรินทร์ ข้ามหัว สตง.หลังฟันทุจริตผิดวินัยร้ายแรง!

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์13 ธันวาคม 2553 11:53 น.

บุคลากร มรภ.สุรินทร์ สุดทนพฤติกรรมรักษาการอธิการฯ มีชนักติดหลัง “ทำผิดวินัยร้ายแรง” ตามคำชี้มูลของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 4 สร้างความเสียหาย กว่า 17 ล้าน ไปล็อบบี้สภามหาวิทยาลัยเป็นผิดไม่ร้ายแรง แถมด้านขอนั่งเก้าอี้อธิการบดีอีกสมัย ขณะที่ สกอ.มีหนังสือให้สภามหาวิทยาลัยทบทวนการแต่งตั้ง
       
       คณะบุคลากรมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ร้องเรียนผ่าน ASTV ผู้จัดการ กล่าวว่า ขอให้ยุติแต่งตั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เพราะปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งก่อนหน้านี้มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ ได้ดำเนินการก่อสร้างและปรับปรุงอาคารหลายอาคาร ตั้งแต่ปี 2544-2548 พบว่าขัดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 ทำให้เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา ออกคำสั่งสำนักนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ที่ 163/2551 เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ลงวันที่ 21 พ.ค.51 โดยให้สอบสวน อธิการบดีและคณาจารย์ที่เกี่ยวข้องจำนวน 23 คน ตามคำชี้มูลของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินภูมิภาคที่ 4 ว่า เป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง มีผลทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการเป็นจำนวนเงิน 17,346,967 บาท และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ได้แจ้งความร้องทุกกล่าวโทษต่อพนักงานสวบสวน ณ สถานีตรำวจภูธร อ.เมือง จ.สุรินทร์ ให้ดำเนินคดีกับอธิการบดี มรภ.สุรินทร์ ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือทุจริตต่อหน้าที่ เมื่อวันที่ 8 ม.ค.51ที่ผ่านมา
       
       ต่อมา อธิการบดี มรภ.สุรินทร์ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้สภามหาวิทยาลัยราชภัฎสุริทร์ โดยอาศัยอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ.2547 ช่วยเหลือตนเองในด้านคดีความ และดำรงตำแหน่งอธิการบดีต่อจนสิ้นสุดวาระ แม้ว่าจะขัดต่อกฎหมาย รวมทั้งทำให้สามารถได้รับการสรรหาเพื่อดำรงตำแหน่งอธิการบดีต่ออีกสมัยหนึ่งหลังจากครบวาระ
       
       คณะบุคลากรฯ ถามว่า สภามหาวิทยาลัยทำถูกต้องแล้วหรือ ที่สภามหาวิทยาลัยเห็นชอบให้ อธิการคนเดิมเป็นผู้สมควรรับโปรดเกล้าฯเป็นอธิการบดี และแต่งตั้งให้รักษาการแทนอธิการบดีในระหว่างการดำเนินการเพื่อขอโปรดเกล้าฯ ในคราวการประชุม ครั้งที่ 15/2551 เมื่อวันที่ 17 ธ.ค.51 ทั้งที่ขาดความเหมาะสม เนื่องจากอยู่ระหว่างถูกตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัยร้ายแรงและถูกฟ้องกล่าวโทษในคดีอาญา เป็นผู้ที่มัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ทั้งๆ ที่ เลขาฯ กกอ.มีหนังสือลงวันที่ 17 ก.พ.52 เพื่อส่งคืนเรื่องการเสนอเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอธิการบดี โดยให้สภามหาวิทยาลัยทบทวนและดำเนินการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีที่มีความเหมาะสมใหม่ แต่นายกสภามหาวิทยาลัยไม่ได้นำเรื่องนี้เข้าพิจารณาในสภามหาวิทยาลัย
       
       “หลังจากเลขาฯ กกอ.มีหนังสือให้สภามหาวิทยาลัยทบทวนการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งอธิการบดี อีกหลายเดือนต่อมา นายกสภามหาวิทยาลัย ได้เข้าพบ เลขาฯ กกอ. โดยอ้างว่า สภามหาวิทยาลัย มีความเห็นว่าควรดำเนินการทางวินัยแก่อธิการรายนั้น ไม่ร้ายแรงเท่านั้น ทั้งที่ไม่เคยมีมติของสภามหาวิทยาลัยตามที่กล่าวอ้างแต่ประการใด” คณะบุคลากรฯ กล่าวด้วยว่า หากยังให้อธิการคนเดิม รักษาการและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีจะสร้างความเสียหายให้แก่ราชภัฏมากยิ่งขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น