วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เสริมศักดิ์ผวาโกงอีกสอบครูผช. แห่สมัครคาดทะลุแสนรับแค่1.8พัน-รับมือเข้มสั่งเยียวยามรภ.สุรินทร์

สำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ  21.03.57

 'เลขาฯสอศ.'มึน 39 น.ศ.ใน 4 สถาบัน ได้เกรดเฉลี่ยเท่าเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เฉพาะอาชีวะกรุงเทพฯ 22 คน เรียกถก 19 บิ๊ก ป้องกัน เกรดเฟ้อ
          จากกรณีบัณฑิตคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สุรินทร์ จำนวนกว่า 300 คน รวมตัวเพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และคุรุสภา เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากการที่ มรภ.สุรินทร์ไม่ส่งหลักสูตร คบ.ครู 5 ปี ให้คุรุสภาและ สกอ.รับรองหลักสูตร ส่งผลให้ไม่สามารถขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อใช้สมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วย ซึ่งจะปิดรับสมัครวันที่ 24 มีนาคมได้นั้น
          เมื่อ วันที่ 20 มีนาคม ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กลุ่มผู้บริหารและนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มรภ.สุรินทร์ ราว 50 คน ได้เดินทางมาเรียกร้องให้คณะกรรมการคุรุสภาทบทวนประกาศคุรุสภาเรื่องการ รับรองมาตรฐานหลักสูตรและมาตรฐานการผลิตปริญญาครุศาสตรบัณฑิตของ มรภ.สุรินทร์ หลักสูตรปริญญาครุศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) จำนวน 10 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา ดนตรี พลศึกษา การศึกษาปฐมวัย และนาฏศิลปศึกษา ทั้งนี้ นายอรุณ สุขเกษม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มรภ.สุรินทร์ กล่าวว่า ยืนยันว่าหลักสูตร มรภ.สุรินทร์ไม่ใช่หลักสูตรเถื่อน เพราะได้รับอนุมัติเปิดสอนมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ซึ่งขณะนั้นเป็นหลักสูตรกลางที่สถาบันราชภัฏทุกแห่งต้องใช้ร่วมกัน แต่ต่อมาเมื่อยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ มรภ.สุรินทร์จึงได้พัฒนาหลักสูตร ซึ่งสภามหาวิทยาลัยเห็นชอบและเสนอให้ สกอ.รับทราบและคุรุสภารับรองแล้วในปี พ.ศ.2549 โดยมีระยะเวลาการรับรอง 5 ปี ฉะนั้น เท่ากับว่านักศึกษาที่เข้าเรียนปี 2549-2553 ซึ่งจะทยอยอนุมัติการจบในปี 2554-2558 ควรต้องได้รับการรับรองปริญญาโดยอัตโนมัติ แต่คุรุสภายังยืนยันที่จะรับรองตามหลักสูตรปี 2547 ซึ่งจะครอบคลุมเฉพาะนักศึกษาที่เข้าเรียนตั้งแต่ปี 2547-2551 ซึ่งทยอยอนุมัติจบในปี 2552-2556 เท่านั้น ทำให้เฉพาะนักศึกษาที่เข้าเรียนตั้งแต่ปี 2547-2551 ซึ่งทยอยอนุมัติจบในปี 2552-2556 เท่านั้น ทำให้นักศึกษาที่เข้าเรียนในปี 2552 และอนุมัติจบในปี 2557 ประมาณ 700 คน มีปัญหาหลักสูตรไม่ได้รับการรับรองจากคุรุสภา และไม่สามารถขอใบอนุญาตฯนำไปใช้สมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยที่จะปิดรับสมัครวัน ที่ 24 มีนาคมนี้ได้ ทั้งที่เรียนมาอย่างถูกต้องและได้รับอนุมัติใบปริญญาจากสภามหาวิทยาลัยแล้ว เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา
          น.ส.รุ่งนภา พื้นผา บัณฑิตคณะครุศาสตร์ มรภ.สุรินทร์ กล่าวว่า หวังสอบเป็นข้าราชการครู แต่พอเกิดปัญหาทำให้ความฝันพังทลาย จึงอยากขอความเมตตากำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนในการอนุมัติใบอนุญาตฯ แม้ว่าจะไม่ทันใช้สมัครสอบบรรจุครูในครั้งนี้ก็ยินดี
          นาย ไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานคณะกรรมการคุรุสภา เปิดเผยหลังประชุมคณะกรรมการคุรุสภาว่า ที่ประชุมพิจารณาแล้วยืนยันว่า มรภ.สุรินทร์ยังไม่ได้ส่งหลักสูตรที่ปรับปรุงแล้วมายังคุรุสภา และไม่แน่ใจด้วยว่าส่งหลักสูตรดังกล่าวให้ สกอ.รับทราบแล้วหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ได้มีมติเยียวยานักศึกษาที่เข้าเรียนในปี 2552 โดยจะใช้วิธีการเทียบโอน 9 มาตรฐานวิชาชีพ เพื่อขอรับใบอนุญาตปฏิบัติการสอนชั่วคราว เพื่อให้ใช้เป็นหลักฐานสมัครสอบครูผู้ช่วยได้ โดยใบอนุญาตฯชั่วคราวนี้จะมีอายุ 2 ปี ทาง มรภ.สุรินทร์จะต้องเร่งส่งรายชื่อนักศึกษาและรายวิชาที่สอนในหลักสูตรมาให้ คุรุสภาตรวจสอบ พร้อมกันนั้นต้องปรับปรุงหลักสูตรให้ได้รับการรับรองภายใน 2 ปี เพื่อให้นักศึกษากลุ่มนี้ได้รับใบอนุญาตฯโดยอัตโนมัติ
          "ทาง มรภ.สุรินทร์เข้าใจเรื่องการอนุมัติหลักสูตรไม่ตรงกับคุรุสภา โดยคุรุสภารับรองหลักสูตรฯปีการศึกษา 2549 จริง แต่การรับรองจะนับตั้งแต่ปีที่มหาวิทยาลัยรับนักศึกษา คือปีการสูตรฯปีการศึกษา 2549 จริง แต่การรับรองจะนับตั้งแต่ปีที่มหาวิทยาลัยรับนักศึกษา คือปีการศึกษา 2547 เท่ากับว่าจะสิ้นสุดระยะเวลารับรองในปี 2551 ซึ่งไม่เข้าใจว่าระหว่างนั้นทำไมทางมหาวิทยาลัยไม่เร่งดำเนินการ เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดปัญหากับเด็กที่เข้าเรียนปีการศึกษา 2552 ส่วนที่ มรภ.สุรินทร์บอกว่าโอนย้ายนักศึกษาที่เข้าเรียนตั้งแต่ปีการศึกษา 2547-2548 มาเรียนในหลักสูตรฯปี 2549 แล้ว จึงไม่น่ามีปัญหาเรื่องการรับรองนั้น ไม่สามารถกระทำได้ เพราะคุรุสภา จะรับรองหลักสูตรนับแต่วันที่มหาวิทยาลัยรับนักศึกษาเข้าเรียน" นายไพฑูรย์กล่าว
          นายจาตุรนต์ ฉายแสง ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวว่า จะให้ สกอ.วางมาตรการเข้มงวดและหาวิธีดูแลกรณีมหาวิทยาลัยเปิดหลักสูตรสอนทั้งที่ ยังไม่ได้รับการรับรอง ทั้งนี้ การป้องกันที่ทำได้คือ ต้องมีระบบติดตามและให้ข้อมูลแก่ผู้เกี่ยวข้อง ผู้เรียนจะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ซึ่งมหาวิทยาลัยเองต้องพร้อมเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องด้วย แต่ปัจจุบันกลับมีการเอานักศึกษาเป็นตัวประกัน สุดท้ายก็ต้องผ่อนผันให้ เพราะมีการเรียนการสอนไปแล้ว
          นายทศพร ศิริสัมพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า สกอ.ได้ตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว พบว่ามีเพียงหลักสูตรใหม่ปี 2549 ใน 10 สาขาวิชาที่ สกอ.ได้รับทราบ
          ทางด้านนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ. เปิดเผยว่า ตนได้ทราบกระแสข่าวว่าการสอบบรรจุครูผู้ช่วยครั้งใหม่นี้ เริ่มมีขบวนการเตรียมทุจริตในพื้นที่ต่างๆ บ้างแล้ว จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ แต่ยังไม่ได้ข้อมูลเชิงลึก ขณะเดียวกันได้มีการพูดคุยกับนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) โดยกำชับให้ดูแลกระบวนการจัดสอบอย่างเข้มงวด เพราะขณะนี้การสอบสวนการทุจริตสอบบรรจุครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็นหรือเหตุพิเศษ ว12 ที่สอบเมื่อต้นปี 2556 ยังไม่สิ้นสุด และส่อว่าผู้ที่ทำการทุจริตจะพ้นความผิด ดังนั้น จึงเกรงว่าจะมีขบวนการทุจริตการสอบครูผู้ช่วยครั้งใหม่เกิดขึ้นซ้ำอีก
          นาย สมยศ ศิริบรรณ ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ (ผอ.สพร.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่า จากการเปิดรับสมัครสอบบรรจุครูผู้ช่วยใน 89 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ รวมจำนวน 1,888 อัตรา ใน 40 กลุ่มวิชา ระหว่างวันที่ 17-24 มีนาคมนี้ ปรากฏว่า 2 วันแรก มีผู้สมัครจำนวน 20,955 คน ดังนี้ ภาษาไทย 1,246 คน, คณิตศาสตร์ 1,682 คน, ภาษาอังกฤษ 2,174 คน, ภาษาจีน 145 คน, ภาษาไทย 1,246 คน, คณิตศาสตร์ 1,682 คน, ภาษาอังกฤษ 2,174 คน, ภาษาจีน 145 คน, ญี่ปุ่น 49 คน, ฝรั่งเศส 7 คน, พม่าศึกษา 1 คน, วิทยาศาสตร์ 2,052 คน, วิทยาศาสตร์ทั่วไป 971 คน, ฟิสิกส์ 205 คน, เคมี 218 คน, ชีววิทยา 261 คน, สังคมศึกษา 2,329 คน, ประวัติศาสตร์ 2 คน, สุขศึกษา/พลศึกษา 1,625 คน, ดนตรีศึกษา 144 คน, ดนตรีไทย 74 คน, ดนตรีสากล 66 คน, ศิลปศึกษา 249 คน ทัศนศิลป์ 15 คน, วิจิตรศิลป์ 2 คน, นาฏศิลป์ 294 คน, คอมพิวเตอร์ 2,782 คน, อุตสาหกรรมศิลป์ 147 คน, เกษตร 250 คน, คหกรรม 157 คน, ปฐมวัย/อนุบาลศึกษา 2,401 คน, ประถมศึกษา 742 คน, จิตวิทยาและการแนะแนว 128 คน, เทคโนโลยีทางการศึกษา 135 คน, บรรณารักษ์ 100 คน, การเงิน/การบัญชี 218 คน, วัดผลและประเมินผลการศึกษา 14 คน, โสตทัศนศึกษา 16 คน, ธุรกิจ 86 คน และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและบริการ 6 คน, กิจกรรมบำบัด 2 คน ส่วนภาษาเกาหลี ซึ่งรับ 1 คน และกายภาพบำบัด รับ 17 คน ยังไม่มีผู้สมัคร
          นาย สมยศกล่าวต่อว่า สำหรับเขตพื้นที่ที่มีผู้สมัครจำนวนมากที่สุด 10 อันดับแรก ได้แก่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) บึงกาฬ สมัคร 1,173 คน รับ 11 คน, สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) 6 ฉะเชิงเทรา-สมุทรปราการ รับ 128 คน สมัคร 1,125 คน, สพป.ตาก เขต 2 รับ 31 คน สมัคร 1,108 คน, สพป.นราธิวาส เขต 1 รับ 32 คน สมัคร 728 คน, สพป.กำแพงเพชร เขต 2 รับ 11 คน สมัคร 708 คน, สพป.นครราชสีมา เขต 6 รับ 8 คน สมัคร 679 คน, สพป.ปัตตานี เขต 2 รับ 15 คน สมัคร 605 คน, สพป.สระแก้ว เขต 2 รับ 10 คน สมัคร 562 คน, สพม.เขต 32 (บุรีรัมย์) รับ 11 คน สมัคร 530 คน และ สพป.แม่ฮ่องสอน เขต 1 รับ 10 คน สมัคร 520 คน ทั้งนี้ คาดว่าเมื่อปิดรับสมัครในวันที่ 24 มีนาคมนี้ น่าจะมียอดสมัครรวมสูงถึง 1 แสนคน
          นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กล่าวว่า กรณีบัณฑิต มรภ.สุรินทร์มีใบอนุญาตฯชั่วคราวก็สามารถสมัครสอบครูผู้ช่วยได้ ทั้งนี้ มีผู้สนใจสอบถามเข้ามามากว่าสมัครสอบครูหลายแห่งได้หรือไม่ ซึ่งหลักเกณฑ์ปีนี้เปลี่ยนแปลงไปจากปีที่ผ่านมา เรื่องการเปิดโอกาสให้ผู้สมัครสอบสมัครได้หลายเขตพื้นที่ เพื่อไม่จำกัดสิทธิ แต่เข้าสอบได้เพียงแห่งเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ ผู้สมัครสอบต้องสอบผ่านภาค ก และภาค ข ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึงจะมีสิทธิสอบภาค ค และผู้เข้าสอบต้องนั่งอยู่ในห้องสอบจนหมดเวลาทำข้อสอบด้วย โดยการสอบภาค ก และภาค ข จะสอบในวันที่ 19-20 เมษายนนี้
          ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) ให้สัมภาษณ์กรณีทำหนังสือแจ้งให้สถาบันการอาชีวศึกษา 19 แห่ง จาก 38 วิทยาลัย ที่เปิดสอนระดับปริญญาตรีสายเทคโนโลยี หรือสายปฏิบัติการ ส่งผลการเรียนภาคเรียนที่ 1 และ 2 ปีการศึกษา 2556 ของนักศึกษารุ่นแรก 684 คน มาให้วิเคราะห์ผลการเรียนว่ามีปัญหาเกรดเฟ้อหรือไม่ว่า ขณะนี้สถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 แห่ง และสถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพมหานครได้ส่งผลการเรียนมาให้วิเคราะห์แล้ว พบว่าจากนักศึกษา 184 คน ในสาขาวิชาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาเทคโนโลยีการก่อสร้าง สาขาวิชาเทคโนโลยีแม่พิมพ์ สาขาวิชาเทคโนโลยีไฟฟ้า สาขาวิชาเทคโนโลยียานยนต์ สาขาวิชาเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม สาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ สาขาวิชาการตลาด สาขาวิชาช่างทองหลวง และสาขาวิชาการจัดการสำนักงาน มีผลการเรียนเฉลี่ยตั้งแต่ 3.75 ขึ้นไป 39 คน หรือ 21.19%, เกรดเฉลี่ย 3.5-3.74 จำนวน 28 คน หรือ 15.21% และต่ำกว่า 3.5 จำนวน 117 คน หรือ 63.58% โดยสาขาวิชาการตลาดและสาขาวิชาช่างทองหลวงของสถาบันการอาชีวศึกษากรุงเทพฯ ซึ่งมีนักศึกษา 39 คน มีที่ได้เกรดเฉลี่ย 3.75 ขึ้นไปถึง 22 คน
          "เมื่อ ดูข้อมูลแล้วถือว่าเกรดค่อนข้างเฟ้อมาก และนักศึกษาเหล่านี้มีสิทธิได้เกียรตินิยมอันดับ 1 และ 2 เพราะตามหลักเกณฑ์เกียรตินิยมอันดับ 1 ต้องได้เกรดเฉลี่ยตั้งแต่ 3.75 ขึ้นไป และอันดับสอง 3.5 ขึ้นไป แต่ไม่เกิน 3.75 และต้องมีผลการเรียนไม่ต่ำกว่าพอใช้ 2.00 ในรายวิชาใดวิชาหนึ่ง ทั้งนี้ สำหรับสถาบันการอาชีวศึกษาที่เหลือ กำลังทยอยส่งผลการเรียนเข้ามา เนื่องจากช่วงนี้อยู่ระหว่างการตัดเกรดในภาคเรียนที่ 2" นายชัยพฤกษ์กล่าว และว่า ในวันที่ 21 มีนาคมนี้ ได้เรียกประชุมรักษาการผู้อำนวยการสถาบันการอาชีวศึกษา 19 แห่ง เกี่ยวกับเรื่องของการวัดผลการเรียนของนักศึกษาว่า จะป้องกันปัญหาเกรดเฟ้อได้อย่างไร เพื่อให้คุณภาพการเรียนระดับปริญญาตรีอาชีวะน่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับของสังคม
ที่มา : มติชน ฉบับวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2557

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น