วันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เยียวยานศ.มรภ.สุรินทร์2ปี ได้ใบรับรองครูไปใช้ชั่วคราว/รองอธิการอ้างนิ่มๆคุรุสภาเข้าใจผิด

Friday, 21 March, 2014 - 00:00  ไทยโพสต์

ศธ.เยียวยาให้ใบตั๋วครูชั่วคราว 2 ปีหลัง นศ.ปี 5 มรภ.สุรินทร์ร้องคุรุสภา เรียนหลักสูตรเถื่อนไม่ได้รับการรับรองจากคุรุสภา ด้านรองอธิการอ้างหน้าตาเฉยคุรุสภาเข้าใจคลาดเคลื่อน ทำให้ยังไม่รับรอง แต่ "ไพฑูรย์" ยันยังไม่ได้รับเรื่องว่าจะปรับปรุงหลักสูตรใหม่ ด้าน "อ๋อย" สั่ง สกอ.ดูแลคุมเข้มหลักสูตร หวั่นเด็กไม่มีคุณภาพ
    เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มผู้บริหารและนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) สุรินทร์ ประมาณ 50 คน เดินทางมาเรียกร้องขอให้คณะกรรมการคุรุสภา ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลวิชาชีพครูทบทวนประกาศคุรุสภา เรื่องการรับรองมาตรฐานหลักสูตรและมาตรฐานการผลิตปริญญาครุศาสตรบัณฑิตของ มรภ.สุรินทร์ หลักสูตรปริญญาครุศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) จำนวน 10 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา ดนตรี พลศึกษา การศึกษาปฐมวัย และนาฏศิลป์ศึกษา 
    ขณะที่นายอรุณ สุขเกษม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มรภ.สุรินทร์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาคุรุสภามีความเข้าใจในเรื่องการรับรองหลักสูตรครุศาสตร์ของ มรภ.สุรินทร์คลาดเคลื่อน โดยทางคุรุสภาให้การรับรองหลักสูตรดังกล่าวตั้งแต่ปี 2547 แต่ขณะนั้น มรภ.สุรินทร์ยังใช้หลักสูตรกลาง ซึ่งเป็นหลักสูตรที่สถาบันราชภัฏทุกแห่งจะต้องใช้ร่วมกัน แต่เมื่อยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยในปี 2547 ทาง มรภ.สุรินทร์ก็ได้พัฒนาหลักสูตร ซึ่งสภามหาวิทยาลัยเห็นชอบ และเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) รับทราบ และคุรุสภาให้การรับรองแล้วในปี 2549 โดยการรับรองของคุรุสภาแต่ละครั้งจะมีระยะเวลา 5 ปี ซึ่งหากนับตามกรอบเวลาที่กำหนดเท่ากับว่าหลักสูตรดังกล่าวจะครอบคลุมถึงผู้ที่เข้าเรียนในปีการศึกษา 2553 ทั้งนี้ หลังจากหลักสูตรได้รับการรับรองอย่างถูกต้องแล้ว มหาวิทยาลัยก็ได้โอนนักศึกษาที่เรียนในหลักสูตรปี 2547 และปี 2548 มาเรียนในหลักสูตรปี 2549 ทั้งหมด
    ผศ.อรุณกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมามีนักศึกษาที่เรียนในหลักสูตรปี 2549 สำเร็จการศึกษาและได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และเป็นครูจำนวนมาก แต่ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับนักศึกษาที่เข้าเรียนในปี 2552 นั้นเป็นเพราะคุรุสภาตีความว่าหลักสูตรต้องได้รับการรับรองย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งขณะนั้นไม่มีนักศึกษาเรียนในหลักสูตรปี 2547 แล้ว เพราะได้โอนย้ายนักศึกษามาเรียนหลักสูตรปี 2549 หมดแล้ว แต่คุรุสภายังยืนยันที่จะรับรองตามหลักสูตรปี 2547 ที่จะครอบคลุมนักศึกษาที่เข้าเรียนในปี 2551 เท่านั้น จึงทำให้นักศึกษาที่เข้าเรียนในปี 2552 และจบการศึกษาในปี 2557 ประมาณ 700 คน มีปัญหาหลักสูตรไม่ได้รับการรับรองจากคุรุสภา ทำให้เด็กไม่สามารถมาขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูจากคุรุสภาเพื่อนำไปสมัครสอบบรรจุตำแหน่งครูผู้ช่วย ที่จะปิดรับสมัครในวันที่ 24 มีนาคมนี้ได้ ทั้งที่เด็กกลุ่มนี้เรียนมาอย่างถูกต้อง และได้รับอนุมัติใบปริญญาจากสภามหาวิทยาลัยตั้งแต่เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา
    "ทางมหาวิทยาลัยยืนยันว่าหลักสูตรของเราไม่ใช่หลักสูตรเถื่อน เด็กเหล่านี้มีศักดิ์และสิทธิ์ทุกประการที่จะไปเป็นครูในอนาคต ที่ผ่านมาทางมหาวิทยาลัยไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการติดต่อมายังคุรุสภาเพื่อยืนยันหลักสูตรปี 2549 มาโดยตลอด แต่ผู้ปฏิบัติงานไม่ยอมเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภาทำให้เกิดปัญหา" รองอธิการบดีกล่าว
    นายอรุณกล่าวต่ออีกว่า หากคุรุสภาไม่ทบทวนการรับรองหลักสูตรปี 2549 นอกจากจะเกิดปัญหากับเด็กที่เข้าเรียนในปี 2552 แล้ว ยังรวมถึงเด็กที่เข้าเรียนในปี 2553 และ 2554 ที่กำลังจะจบการศึกษาในปี 2558 และ 2559 อีกประมาณ 2,000 คนด้วย เพราะแม้หลักสูตรปี 2549 จะครอบคลุมถึงเด็กเข้าเรียนในปี 2553 แต่ที่ผ่านมาคุรุสภาได้ออกประกาศ ศธ.ขยายเวลาการรับรองหลักสูตรปี 2549 ไปจนถึงปี 2555 ซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็ได้ทำเรื่องขอขยายไป แต่เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2557 คุรุสภาได้ส่งหนังสือแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการขยายระยะเวลาได้ และขอให้มหาวิทยาลัยเร่งพัฒนาหลักสูตร ซึ่งทางมหาวิทยาลัยก็เร่งปรับปรุง แต่วันที่ 14 มีนาคมที่ผ่านมา คุรุสภากลับมีหนังแจ้งมาว่าสิ้นสุดระยะเวลาการส่งหลักสูตร ทั้งที่ในหนังสือแจ้งให้ปรับปรุงไม่ได้กำหนดเวลาการส่ง และเพิ่งผ่านมาเพียง 2 เดือนเท่านั้น จึงไม่เข้าใจว่าทำไมคุรุสภาถึงรอไม่ได้ เพราะเราตั้งใจจะส่งหลักสูตรวันที่ 15 มีนาคม เพื่อให้นักศึกษาสามารถไปขอรับใบอนุญาตฯ ได้อย่างถูกต้อง
    นางสาวยลภัทร์ โพธิ์ศรี บัณฑิตคณะครุศาสตร์ มรภ.สุรินทร์ หนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า อยากขอความเมตตาจากคณะกรรมการคุรุสภา เพื่อให้ช่วยเหลือในเรื่องการขอใบอนุญาตฯ ขณะนี้เดือดร้อนมาก เพราะในวันที่ 24 มีนาคมนี้ จะสิ้นสุดวันรับสมัครการสอบครูผู้ช่วย ซึ่งตนมีความฝันอยากเป็นครู และทุ่มเทกับการเรียนมาเป็นเวลา 5 ปี แต่กลับมาเกิดปัญหาทำให้ไม่สามารถไปสมัครสอบครูได้ 
    นางสาวรุ่งนภา พื้นผา บัณฑิตคณะครุศาสตร์ มรภ.สุรินทร์ กล่าวว่า ตนตั้งใจและหวังที่จะสอบเป็นครู แต่พอเกิดปัญหาทำให้ความฝันพังทลาย จึงอยากขอความเมตตาจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนว่าจะอนุมัติใบอนุญาตฯ ให้กับพวกตนได้เมื่อไหร่ 
    นายไพฑูรย์ สินลารัตน์ ประธานกรรมการคุรุสภา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณากรณีการรับรองหลักสูตรปริญญาครุศาสตรบัณฑิต (หลักสูตร 5 ปี) จำนวน 10 สาขาวิชาของ มรภ.สุรินทร์ ซึ่งที่ประชุมยืนยันว่ามหาวิทยาลัยยังไม่ได้ส่งหลักสูตรที่ปรับปรุงมายังคุรุสภา และไม่แน่ใจว่าส่งหลักสูตรนี้ให้ สกอ.รับทราบหรือยัง ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติเยียวยานักศึกษาที่เข้าเรียนในปี 2552 โดยจะใช้วิธีการเทียบโอน 9 มาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภาเพื่อขอรับใบอนุญาตปฏิบัติการสอนชั่วคราว เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการสมัครสอบครูผู้ช่วยได้ โดยใบอนุญาตฯ ชั่วคราวนี้จะมีอายุ 2 ปี ขณะที่ทาง มรภ.สุรินทร์จะต้องเร่งส่งรายชื่อนักศึกษาและรายวิชาที่สอนในหลักสูตรดังกล่าวให้คุรุสภาตรวจสอบด้วย และระหว่างนี้มหาวิทยาลัยจะต้องปรับปรุงหลักสูตรให้ได้รับการรับรองภายใน 2 ปี เพื่อให้เด็กกลุ่มนี้ได้รับใบอนุญาตฯ โดยอัตโนมัติ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายในการสอบ 9 มาตรฐานนั้น มหาวิทยาลัยคงต้องไปหารือว่าจะรับผิดชอบเรื่องนี้อย่างไร
    "ทาง มรภ.สุรินทร์มีความเข้าใจเรื่องการอนุมัติหลักสูตรไม่ตรงกับคุรุสภา ซึ่งคุรุสภารับรองหลักสูตรปีการศึกษา 2549 จริง แต่การรับรองจะนับตั้งแต่ปีที่มหาวิทยาลัยรับนักศึกษาซึ่งคือปีการศึกษา 2547 เท่ากับว่าจะสิ้นสุดระยะเวลารับรองในปี 2551 ไม่เข้าใจว่าระหว่างนั้นทำไมมหาวิทยาลัยไม่เร่งดำเนินการ เพราะรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดปัญหากับเด็กที่เข้าเรียนปีการศึกษา 2552 ส่วนที่มหาวิทยาลัยบอกว่าโอนย้ายนักศึกษาที่เข้าเรียนตั้งแต่ปีการศึกษา 2547 และ 2548 มาเรียนในหลักสูตรปี 2549 แล้วจึงไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องการรับรองนั้นไม่สามารถกระทำได้ เพราะคุรุสภาจะรับรองหลักสูตรนับแต่วันที่มหาวิทยาลัยรับนักศึกษาเข้าเรียน” นายไพฑูรย์กล่าว
    ด้านนายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการ รมว.ศธ. เปิดเผยว่า จะให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) ไปหาทางวางมาตรการเข้มงวดสำหรับการเปิดหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษา อย่างไรก็ตาม การป้องกันปัญหาที่ทำได้คือต้องมีระบบติดตามให้ข้อมูลแก่ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ที่ประสงค์สมัครเข้าเรียนที่ใดจะได้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ซึ่งมหาวิทยาลัยเองก็ต้องพร้อมเปิดเผยข้อมูลที่ถูกต้องให้แก่ผู้เรียนด้วย แต่ปัจจุบันกลับมีการเอาผู้เรียน นักศึกษา เป็นตัวประกัน สุดท้ายก็ต้องผ่อนผันให้เพื่อมีการเรียนการสอนไปแล้ว
    “ไม่แน่ใจว่ามีบทลงโทษมหาวิทยาลัยในเรื่องนี้หรือไม่ และนอกจากมหาวิทยาลัยราชภัฏแล้วยังมีกรณีเช่นนี้เกิดในมหาวิทยาลัยอื่นๆ เช่นกัน ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการเร่งผลิตโดยไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพ ไม่มีการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก้ผู้เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เรียน ซึ่งผมจะให้ สกอ.ไปหามาตรการให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น ให้ สกอ.ไปหาวิธีดูแลการเปิดหลักสูตรทั้งๆ ที่ยังไม่ได้รับการรับรอง” นายจาตุรนต์กล่าว.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น