สรุปผลการประชุม
คณะกรรมาธการการศ ิ ึกษาสภาผู้แทนราษฎร
ครั้งที่๒๗
วันพุธที่๒๕ เมษายน ๒๕๕๕
ณ ห้องประชมคณะกรรมาธ ุ ิการ หมายเลข ๓๖๐๑ ชั้น ๖ อาคารรัฐสภา ๓
เรื่องพิจารณา
เขต ๒๒ กับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์กรณีของนายนิพินธุ์สุวรรณรงค์อดีตครูโรงเรียนมุกดาวิทยานุกูล
สรุปมติ/ผลการประชุม
ด้วยคณะกรรมาธิการการศึกษาได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายนิพินธุ์ สุวรรณรงค์
อดีตข้าราชการครูคศ. ๒ โรงเรียนมุกดาวิทยานุกูลตําบลบางทรายใหญ่อําเภอเมืองจังหวัดมุกดาหารสังกัด
สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๒ สรุปว่าได้โอนไปรับราชการตําแหน่งอาจารย์สาขาดนตรี
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ตามคําสั่งมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
ที่ ๐๙๔๘/๒๕๕๔ เรื่องการรับโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาลงวันที่ ๖ กรกฎาคม๒๕๕๔
และได้ปฏิบัติหน้าที่การสอนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ได้ระยะหนึ่ง ต่อมามหาวิทยาลัยฯ
ได้ยกเลิกคําสั่งรับโอนผู้ร้องเรียน และส่งตัวกลับต้นสังกัดเดิมโดยอ้างว่าการรับโอนดังกล่าวขัดกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) และ ขัดกับมติคณะกรรมการกําหนดเป้าหมายและนโยบายกําลังคนภาครัฐ (คปร.)
แต่สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๒ ได้แ จ้ง ว่าการดําเนินการส่งตัวกลับต้นสังกัดเดิมไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)
กําหนดจึงไม่สามารถรับผู้ร้องเรียนกลับเข้ารับราชการในสังกัดเดิมได้ทําให้ผู้ร้องถูกตัดสิทธิ์ความเป็นข้าราชการจากหน่วยงานทั้งสองและไม่สามารถเข้าปฏิบัติราชการที่หน่วยงานใดได้จึงส่งผลกระทบต่อ
สถานภาพความเป็นข้าราชการของผู้ร้องเรียน คณะกรรมาธิการได้มีมติให้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม๒เมื่อวันพุธที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๕๕ ณ อาคารรัฐสภาเพื่อรับฟังข้อมูลข้อเท็จจริงข้อคิดเห็นทางด้านกฎหมาย กฎ ระเบียบที่เกี่ยวข้องรวมทั้งสภาพปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไขตลอดจนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
ในเรื่องดังกล่าวโดยมีบุคคลและผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปร่วมประชุมชี้แจงดังนี้
(๑) ผู้ร้องเรียน (นายนิพินธุ์สุวรรณรงค์)
(๒) ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(๓) ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
(๔) ผู้อํานวยการสํานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๒๒
(๕) รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
(๖) ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
(๗) ผู้แทนอธิบดีกรมบัญชีกลาง
(๘) ผู้แทนเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
จากการประชุมพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวคณะกรรมาธิการพิจารณาแล้วสรุปแนวทางการแก้ไขปัญหาได้ดังนี้
๑. ตามที่ได้รับทราบจากคําชี้แจงของรักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ว่า นายนิพินธุ์ สุวรรณรงค์ได้มีการยื่นอุทธรณ์คําสั่งมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ที่ ๑๗๑๑/๒๕๕๔
เรื่องยกเลิกคําสั่งรับโอนข้าราชการ ที่สั่ง ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ ต่อสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ โดยสภามหาวิทยาลัยได้พิจารณาแล้วมีมติให้ชะลอคําสั่งยกเลิกคําสั่งรับโอนข้าราชการดังกล่าวข้างต้นไว้ก่อน จึงส่งผลให้นายนิพินธุ์สุวรรณรงค์ยังคงมีสถานภาพข้าราชการและสามารถปฏิบัติหน้าที่ตลอดจนได้รับสิทธิ
ต่างๆตามคําสั่งมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ที่ ๐๙๔๘/๒๕๕๔ เรื่องการรับโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาลงวันที่ ๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เช่นเดิมดังนั้น ขอให้มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ดําเนินการให้นายนิพินธุ์ สุวรรณรงค์เข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการ ในมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ตามผลการพิจารณาอุทธรณ์ดังกล่าวจนกว่าจะมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงคําสั่งของสภามหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนไปพลางก่อนในเบื้องต้น แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้สามารถมีข้อยุติของปัญหาดังกล่าวมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ควรส่งผลการพิจารณาอุทธรณ์พร้อมเหตุผลในการชะลอคําสั่งยกเลิกคําสั่งรับโอนข้าราชการดังกล่าวไปยังสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อพิจารณาอีกครั้ง
๒. เมื่อสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ได้รับผลการพิจารณาดังกล่าวในข้อ ๑ จาก
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์แล้วควรพิจารณาดําเนินการส่งเรื่องดังกล่าวโดยด่วนที่สุดไปยังสํานักงาน
คณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นในเรื่องดังกล่าว โดยขอความอนุเคราะห์ให้พิจารณา
ดําเนินการโดยด่วนที่สุด
๓. เมื่อสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้รับเรื่องหารือดังกล่าวในข้อ ๒ จากสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาขอความอนุเคราะห์ให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาดําเนินการโดยด่วนที่สุด
เพื่อเสนอให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาทําความเห็น และส่งกลับไปยังสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อพิจารณาดําเนินการต่อไป ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีมติส่งสรุปผลการพิจารณาของที่ประชุมไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการพิจารณาดังนี้
๑. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
๒. เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา
๓. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
๔. อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น